วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สรุปบทที่ 2 ส่วนแรก

บทที่ 2
 E-business  infrastructure


ความหมาย E-business  infrastructure
หมายถึงการรวมกันของฮาร์ดแวร์ เช่น  server , Client PC ในองค์กรรวมถึงการใช้เครือข่ายในการเชื่อมโยงฮาร์ดแวร์เหล่านี้และการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการส่งมอบบริการให้กับผู้ใช้งานที่อยู่ในบริษัทและยังนวมถึงคู่ค้าและลูกค้าของตน   Infrastructure  ยังรวมไปถึงสถาปัตยกรรมทางด้าน  Hardware , Software  และเครือข่ายที่มีอยู่ในบริษัทด้วย


ส่วนประกอบโครงสร้างพื้นฐาน
 E-business  infrastructure components


Internet  technology
Internet ช่วยให้การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์หลายล้านเครื่องที่เชื่อมต่อทั่วโลก แต่ในการถ่ายโอนข้อมูลนั้นไร้รอยต่อของวิธีการเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  การร้องขอข้อมูลจะถูกส่งจากคอทพิวเตอร์ไคลเอนต์และอุปกรณ์มือถือที่มีผู้ใช้ร้องขอการบริการให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่เก็บข้อมูลโปรแกรมประยุกต์ทางธุรกิจและโฮสต์ที่ส่งมอบการบริการในการตอบสนองต่อการร้องขอ  ดังนั้นอินเทอร์เน็ตจึงเป็นระบบขนาดใหญ่ในรูปแบบ Client/Server



Intranet  applications
อินทรานเน็ตถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อรองรับการขายในด้านธุรกิจ  e-commerce  โดยเน้นทำงานจากฝ่ายการตลาดเป็นหลัก  ซึ่งช่วยสนับสนุนกิจกรรมหลักของ  supply-chain 

Extranet  applications
เอ็กซ์ทราเน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลโดยควบคุมจากภายนอกองค์กร  สำหรับธุรกิจที่เฉพาะเจาะจง
การประยุกย์ใช้เอ็กซ์ทราเน็ตโปรแกรมนั้น  ข้อมูลซอฟต์แวร์จะจำกัดการเข้าถึงของบริษัท  โดยแสดงข้อมูลภายในให้กับผู้ใช้นอกระบบ  เช่น  ลูกค้าและซัพพลายเออ


Web  technology
เรียกสั้นๆว่า web คือขั้นตอนมาตรฐานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล  ข้อมูลสาธารณะบนโลกอินเทอร์เน็ต  โดนรูปแบบเอกสารพื้นฐานคือ HTML  หรือการบริการหนึ่งในรูปแบบต่างๆของการให่บริการของอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้พัฒนาเว็บ  หรือ อินเตอร์เน็ตแล้วจะต้องรู้และเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับโปรโตคอล (Protocal) - มาตรฐานในการรับส่งข้อมูล (HTTP//)

ตัวอย่าง

















ความรู้เบื้องต้นการใช้งานอินเทอร์เน็ต

  • การใช้บริการเว็บจะทำงานภายใต้โปรโตคอล  HTTP
  • โปรโตคอลเป็นเพียงข้อตกลงกันระหว่าง 2 ฝ่ายที่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถสื่อสารกันได้ง่ายอย่างถูกต้องและราบรื่นมากที่สุด
  • โปรโตคอลจะเป็นการกำหนดวิธีการส่งข้อมูลหรือไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น  Client และ  Server  รวมถึงการกำหนดกฎะเบียบในการติดต่อด้วย
อินเทอร์เน็ต  หมายถึง  ลักษณะของการเชื่อมต่อของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งเล็กและใหญ่จำนวนมากเข้าด้วยกัน  โดยมีข้อจำกัดว่าจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานของการเชื่อมต่อ (โปรตคอล) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานบนเครือข่ายแบบนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเรียกว่า TCP/IP


Web  browsers  and  servers

  • เว็บบราว์เซอร์หรือโปรแกรมดูเว็บ  คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเว็บที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ
  • รายชื่อเว็บบราว์เซออร์ (Web  browsers) ที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
 - Internet Explorer
 - Mozilla Firefox
 - Google Chrome
 - Safari 
  •  เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web  Server)  คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งให้บริการที่เก็บเว็บไซต์ (Server) แล้วให้ผู้ใช้ (Client)  เรียกชมหน้าเว็บไซต์ได้โดยใช้โพรโทคอล HTTP ผ่านทางเว็บไซต์บราว์เซอร์
  • ซอฟต์แวร์ หรือโปรแกรมที่นำมาทำเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 4 อันดับแรก คือ
- Apache HTTP Server จาก Apache Software Foundation
- Internet Information Server (IIS) จากไมโครซอฟท์
- Sun Java System Web Server จากซัน  ไมโครซิสเต็มส์
- Zeus Web Server จาก  Zeus Technology 



Internet - access  software  applications 
วิวัฒนาการของเว็บ 1.0 , 2.0 และ 3.0












Web 1.0
ผู้เข้าชมสามารถอ่านได้อย่างเดียว (Read - Only) เป็นเทคโนโลยีที่สามารถแก้ไขข้อมูล  หน้าตาของเว็บไซต์ได้เฉพาะผู้ดูแลเว็บไซต์ (Web  master) เป็นเว็บที่ผู้เยี่ยมชมไม่สามารถมีส่วนร่วมกับเว็บดังกล่าวได้  ต่อมาเริ่มมีการนำเอา Java Script และภาษา PHP (Hyper  Text  Preprocessor)  มาใช้งาน



 Web 2.0
คือ ผู้เข้าชมสามารถอ่านและเขียน (Read - Write)  เป็นเทคโนเว็บไซต์ที่พัมนาต่อจาก web 1.0 สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้งานได้  ทำให้เราเข้าใจในยุคที่ 2 นั้นเป็นเรื่องของการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง  โดยการเสริมสร้างข้อมูลสารสนเทศให้มรคุณค่าและมีข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด

  1. ยกตัวอย่าง website ได้แก่ PANTIP.COM มีวิธีการใช้งานคือ คลิกที่นี้การสมัครสมาชิก
  2. การเข้าสู้ระบบเพื่อใช้งานเว็บบอร์ด  เช่น  การใส่ User Name จากนั้นก็ใส่รหัส
  3. การแก้ไขข้อมูลส่วนตัว
  4. การโพสต์  หรือการสร้างกระทู้คำถาม  จากนั้นก็จะมีผู้สนใจหรือผู้รู้เกี่ยวกับกา
    รโพสต์มาตอบคำถาม





Web 3.0
เป็นการนำแนวคิดของ web 2.0 สามารถจัดการข้อมูลจำนวนมากๆให้อยู่ในรูปแบบ  Metadata  ทำให้เว็บกลายเป็น  Semantic Web  จะทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น แล้วให้ Tage ตามความเหมาะสมให้เราแทน  Web 3.0 จะพัฒนาไปในลักษณะ Segment  of  one คือ Segment  ที่มีบุคคลแค่คนเดียว หรือ ตอบโจทย์ความเป็นส่วนบุคคล   web 3.0 ที่ได้รับการพัฒนา  จะประกอบด้วย
AI (Artificial  Intelligence)
หรือ ปัญญาประดิษฐ์  เป็นการสร้างความฉลาดให้ระบบคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถคาดเดาพฤติกรรมและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้
Semantic Web
คือการรวมของฐานข้อมูลแบบอัตโนมัติโดยการใช้การคาดเดาและหลักการทางคณิตศาสตร์เข้ามาช่วย  เว็บบราว์เซอร์อาจจะถูกฝังตัวอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ  เช่น  โทรศัพท์มือถือ  ตู้เย็น
Automated  reasoning
การเขียนโปรแกรมให้ระบบคอมพิวเตอร์รู้จักการแก้ปัญหาเอง มีการประมวลผลได้อย่างสมเหตุสมผลพร้อมทั้งแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเองได้โดยอัตโนมัติ
semantic wiki
เป็นการอธิบายคๆหนึ่งคล้ายกับดิกชันนารีหรือข้อมูต่างๆได้ละเอียดและแม่นยำมากขึ้น
ontology  language หรือ OWL
เป็นภาษาที่ใช้ในการอธิบายสิ่งต่างๆให้มีความสัมพันธ์กันโดยดูจากความหมายของสิ่งนั้นๆ  จะเชื่อมโยงกับระบบ   Metadata  คือ  ภาษาที่ใช้เป็นตัวอธิบายข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Data  about Data)











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น