วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สรุปบทที่ 3


บทที่ 3
E-ENVIRONMENT


นักปราชญ์ชาวจีนนาม  ซุนวู  ได้กล่าวไว้ในตำราพิชัยสงครามว่า " รู้เขา  รู้เรา  รบร้อยครั้ง  ชนะร้อยครั้ง " " รู้เขา " วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกเสียก่อน  " รู้เรา "  วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในเป็นลำดับ


Business Environment


สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ จึงสามารถแบ่งออกได้เป็น ประเภทหลักๆ  ได้แก่

- สิ่งแวดล้อมภายในองค์การ (Internal Environment) คือสภาวะแวดล้อมที่ธุรกิจสามารถควบคุมได้ หมายถึง ปัจจัยต่าง ๆ ที่ธุรกิจสามารถกำหนดและควบคุมได้เป็นไปตามความต้องการของธุรกิจโดยการวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของธุรกิจ ในการนำไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน

- สิ่งแวดล้อมภายนอกองค์กร (External Environment) หรือภาวะแวดล้อมที่ธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้ ปัจจัยกลุ่มนี้ หมายถึง ปัจจัยยังคับภายนอกธุรกิจที่มีอิทธิพลต่อระบบการตลาด  ซึ่งประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมจุลภาค และสิ่งแวดล้อมมหภาค


สภาพแวดล้อมภายนอกธุรกิจระดับจุลภาค  
(Micro External Environment)

 คือ ภาวะแวดล้อมภายนอกที่ธุรกิจไม่สามารถ ควบคุมได้ แต่สามารถเลือก ที่จะติดต่อและเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

1.     ตลาด หรือลูกค้า (Market)
2.     ผู้ขายปัจจัยการผลิตหรือวัตถุดิบ (Suppliers)
3.     คนกลางทางการตลาด (Marketing Intermediaries)
4.     สาธารณชนและกลุ่มผลประโยชน์ (Publics)



สภาพแวดล้อมภายนอกธุรกิจระดับมหภาค  
(Macro External Environment)


คือ สภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจและต่อระบบการตลาดเป็นอย่างมาก แต่ละหน่วยงานและองค์กรธุรกิจไม่สามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ แบ่งออกได้เป็น ประการ ได้แก่
  1.  ด้านการเมืองและกฎหมาย
  2. เศรษฐกิจ
  3. สังคม
  4. เทคโนโลยี
  5. วัฒนธรรมและประเพณี


การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการบริหารธุรกิจ



S (Strengths)  จุดแข็ง
            เป็นปัจจัยภายในที่สามารถควบคุมได้ตามศักยภาพของธุรกิจที่มีอยู่  จุดแข็งนี้จะก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจ  ซึ่งส่งผลมาจากการบริหารงานภายในระหว่างผู้บริหารและบุคลากร  เช่น  มีสถานภาพทางการเงินที่มั่นคง  ที่ตั้งอยู่ใกล้ทั้งแหล่งวัตถุดิบและแหล่งจัดจำหน่าย  บุคลากรมีประสบการณ์และความสามารถสูง ฯลฯ

W (Weaknesses)  จุดอ่อน
            เป็นปัจจัยภายในที่เกิดจากปัญหาภายในธุรกิจ  อันเนื่องมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด  เช่น  ขาดสภาพคล่องทางการเงิน  สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพไม่คงที่  ขาดการประสานงานที่ดีภายในองค์กร

O (Opportunities)  โอกาส
            เป็นปัจจัยภานนอกที่ธุรกิจไม่สามารถเข้าไปควบคุมให้เกิดหรือไม่เกิดขึ้นได้  แต่เป็นสภาวการณ์แวดล้อมอันส่งผลดีให้กับธุรกิจโดยบังเอิญ  เช่น  กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้น  นโยบายของรัฐให้การสนับสนุนธุรกิจประเภทนี้ ฯลฯ

T (Threats)  อุปสรรค
            เป็นปัจจัยภายนอกที่ธุรกิจไม่สามารถเข้าไปควบคุมให้เกิดหรือไม่เกิดขึ้นได้  และเป็นสภาวการณ์แวดล้อมอันเลวร้ายที่ส่งผลกระทบให้ธุรกิจเสียหาย  เช่น  รัฐบาลขึ้นภาษี  ปัญหาสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ  วัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ฯลฯ


การวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ด้วย TOWS Matrix


กลยุทธ์เชิงรุก (SO Strategy)
            เป็นการใช้จุดแข็งบนโอกาสที่มี  ประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็งและโอกาส เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรุก

กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST Strategy)
            เป็นการใช้จุดแข็งป้องกันอุปสรรค  ประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดแข็ง เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงป้องกัน

กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO Strategy)
             เป็นการขจัดจุดอ่อนโดยใช้โอกาส  ประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อนและโอกาส  เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงแก้ไข

กลยุทธ์เชิงรับ (WT Strategy)
              เป็นการขจัดจุดอ่อนป้องกันอุปสรรค  ประเมินสภาพแวดล้อมที่เป็นจุดอ่อน  เพื่อที่จะนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ในเชิงรับ


E-environment



Social Factor

สภาวะแวดล้อมทางสังคมเป็น ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างมาก เนื่องจากโครงสร้างทางสังคมประกอบไปด้วย ครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ ซึ่งในแต่ลสังคมก็จะมีทัศนคติทางสังคม ค่านิยม และวัฒนธรรม ที่ แตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับการเปลี่ยน แปลงทางด้านประชากร บทบาทหรือสถาน ภาพของบุคคล และระดับชนชั้นทางสังคม ภูมิศาสตร์หรือกาย
ภาพรอบๆ ธุรกิจ สภาพ ของดิน น้ำ แร่ธาตุ หรืออากาศ เช่น ภาวะโลก ร้อน ภัยธรรมชาติคลื่นยักษ์ 

Political and Legal Factor


สภาวะแวดล้อมทางการเมืองและกฎหมาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อนโยบายประกอบธุรกิจของประเทศ โดย เฉพาะประเทศไทยซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแบบผสมผสานพรรคบ่อยๆ นักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะอ่อนไหวกับปัจจัยทาง การเมือง เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายแลมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการส่งเสริมการลงทุน กฎ ระเบียบที่ใช้สำหรับการค้าระหว่างประเทศ 

Economic Factor

สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจ(Economic) เศรษฐกิจเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นปริมาณการจัดสรรและการใช้ทรัพยากร ปัจจัยทางเศรษฐกิจมีแรงผลักดันที่สำคัญต่อการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจ ซึ่งมีปัจจัยที่จะต้องนำมาศึกษาหลายปัจจัย เช่น
ผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (Gross  Domestic  Product : GDP)  เป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ  เนื่องจากเป็นการชี้นำว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไรและจะส่งผลกระทบต่ออำนาจในการบริโภคของประชาชนโดยรวมในทิศทางใด
ค่าเงินบาท  ธุรกิจที่เสียประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่วนใหญ่จะเป้นผู้ส่งออก  แต่ในทางกลับกันการแข็งตัวค่าของเงินบาทจะมีผลดีต่อธุรกิจประเภทที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ
อัตราการว่างงาน  ส่งผลให้เกิดปัญหาการว่างงานขึ้นในทุกประเทศ
ภาวะราคาน้ำมัน  ความผันผวนของราคาน้ำมันมีผลกระทบต่อค่าขนส่งสินค่า  ทำให้ราคาสินค้าสุงขึ้น
ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ย   เกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอัตราดอกเบี้ยจะขยับตัวสูงขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตของกิจการสูงขึ้นตามไปด้วย  ในทางตรงกันข้ามหากสภาพคล่องทางการเงินมีมากอัตราดอกเบี้ยจะลดต่ำลง  ผู้คนในสังคมจะมีกำลังซื้อมากขึ้น


Technological Factor

สภาวะแวดล้อมทางเทคโนโลยี ปัจจุบันเป็นยุคความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางและความก้าวหน้าขององค์กรธุรกิจ เช่น การใช้หุ่นยนต์เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การใช้ชุดคำสั่ง (Software) เพื่อช่วยการจัดการทรัพยากรมนุษย์ และการประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดระบบบัญชีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การนำเทคโนโลยี เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยมาใช้แทนแรงงานของคน ส่งผลให้องค์กรต้องลดจำนวนพนักงานลงและต้องเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานที่เหลือ มาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบไปถึงสถานที่ ห้องทำงาน ลักษณะงาน ค่าจ้าง และสวัสดิการต่างๆ







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น