สรุปบทที่ 2
E-business infrastructure
Blog คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาเป็นเรื่องใดก็ได้ ซึ่งข้อมูลประกอบด้วยข้อความ, รูป และลิงค์
บุคคลที่โพสตลงใน entries เรียกว่า blogger
จุดเด่นของ Blog
- เป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านที่ เป็นกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน
- มีความสะดวกและง่ายในการเขียน Blog ทำให้สามารถเผยแพร่ความคิดเห็นของผู้เขียน blog ได้ง่ายขึ้น
- Comment จากผู้ที่สนใจเรื่องเดียวกันบางครั้งทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ
ข้อแตกต่างของ Blog กับเว็บประเภทอื่น
- การใส่ข้อมูลใหม่ทำได้ง่าย
- มี template อัตโนมัติช่วยจัดการ
- มีการกรองเนื้อหาแยกตามวัน ประเภทผู้แต่งหรืออื่นๆ
- ผู้ดูแลจัดการ blog สามารถเชิญ หรือ เพิ่มผู้แต่งคนอื่น โดยจัดการเรื่องการอนุญาตและการเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย
- เจ้าของ blog จะเป็นผู้สร้างหัวข้อสนทนาเท่านั้น
ตัวอย่างของ blogger
Internet Forum
- ทำหน้าที่คล้าย bulletin board และ newsgroup
- มีการรวบรวมข้อมูลทั่วๆไป เช่น เทคโนโลยี, เกม,คอมพิวเตอร์, การเมือง ฯลฯ
- ผู้ใช้สามารถโพสหัวข้อลงไปในกระดานได้
- ผู้ใช้คนอื่นๆ ก็สามารถเลือกดูหัวข้อหรือแม้กระทั่งโพส ความคิดเห็นของตนเองลงไปได้
Wiki
- สามารถสร้างและแก้ไขหน้าเว็บเพจขึ้นมาใหม่ผ่านทางบราวเซอร์ โดยไม่ต้องสร้างเอกสาร html
- Wikiเน้นการทำระบบสารานุกรม, HOWTOs ที่รวมองค์ความรู้หลายๆ แขนงเข้าไว้ด้วยกันโดยเฉพาะ
- Wikipedia เป็นเหมือนสารานุกรม (Encyclopedia) สาธารณะที่ทุกคนสามารถใส่ข้อมุลลงไปได้ รองรับมากกว่า 70 ภาษารวมทั้งภาษาไทย
- มีการประยุกค์ใช้ซอฟต์แวร์วิกิที่สำคัญยิ่งในการสร้างสารานุกรม http://www.wikipedia.org
- วิกิพีเดียในภาคภาษาไทยที่ http://th.wikipedia.org
Instant Messaging
เป็นการอนุญาตให้มีการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลบนเครือข่ายที่เป็นแบบ relative privacy
ตัวอย่างเช่น Gtalk , Skype , Meetro , ICQ , Yahoo Messenger , MSN Messenger และ AOL Instant Messenger เป็นต้น
Folksonomy(ปัจเจกวิธาน)
การจัดกลุ่มการจัดระเบียบและค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปมี 3 แบบ คือ
1. ค้นหาในเนื้อความ (Text Search)
2. เรียงเนื้อหาตามลำดับเวลา (Chronological)
3. แยกตามกลุ่มประเภท (Category, Classification)
ค้นหาในเนื้อความ (Text Search)
ตัวอย่างเช่น Google ที่ก่อตั้งโดย Sergery Brin และ Larry Page ได้ออกแบบเพื่อจัดอันดับความสำคัญของเว็บโดยคำนวณจากการนับ Link จากเว็บอื่นที่ชี้มาที่เว็บหนึ่ง ๆ
เรียงเนื้อหาตามลำดับเวลา (Chronological)
เนื่อหาข้อมูลจะถูกจัดเก็บเรียงลำดับเวลาโดยแสดงตามเวลาใหม่ล่าสุดก่อน เช่น เว็บไซต์ประเภทข่าวอย่าง CNN,BBC และ Google
แยกตามกลุ่มประเภท (Category, Classification)
การจัดระเบียบนี้ยึดเอาหัวข้อเป็นหลักแล้วแยกประเภทออกไป เช่น แบ่งหนัวสือเป็นประเภทธุรกิจ , หนังสือเด็ก , นวนิยาย , คอมพิวเตอร์ , ศาสนา , วิทยาศาสตร์ ฯลฯ จะช่วยให้ค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น
คำว่า Folksonomy นี้มีที่มาจากการที่ ใครก็ได้ทุกๆคน (Folk) มีสิทธิในการจัดทำอนุกรมวิธาน
(Taxonomy) หรือ จัดกลุ่มประเภทหมวดหมู่ของเอกสารในดลกอินเทอร์เน็ต เช่น การจัดประเภทสัตว์หรือพืช ต้องอาศัยผู้รู้เพียงกลุ่มหนึ่งที่มีความรู้เรื่องนั้นๆ
Tag คือวิธีการใช้ Tag นี้มีความสะดวกตรงที่ไม่ต้องจำลำดับชั้นการจัดระเบียบเช่นเดิม การค้นเจอเว็บก็ได้จาก Tag หลายๆ ตัวได้ ไม่จำกดอยู่แต่ข้อมูลใน Folder เดียวกัน
คุณลักษณะพิเศษที่ได้จากปัจเจกวิธาน
- กระแสการติดตามเว็บใหม่ๆตามชื่อ Tag (Stream and Feed)
- การเห็นกลุ่ม Tag ก่อตัวกันมองคล้ายกลุ่มเฆม (Tag Cloud)
- การให้คะแนนความนิยม (Rating and Popularity)
- การท่องอินเทอร์เน็ตอย่างมีเนื้อหาข้อมูลข้ามสายกัน (Cross-Navigation)
Networking standards
เป็นขบวนการที่เกี่ยวข้องกับทุกๆ protocol & procedure และระเบียบแบบแผนต่างๆ ที่ใช้ในระบบอินเตอร์เน็ต
TCP/IP
- ข้อตกลงในการควบคุมการรับส่งข้อมูล และ internet หรือ protocol ของระบบ internet Transmission Control Protocol/Internet Protocol
- โปรโตคอล เป็นชื่อเรียกของชุดโปรโตคอลที่สำคัญ มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายตามการขยายตัวของอินเตอร์เน็ต/อินทราเน็ต
- โปรโตคอลมีบทบาทสำคัญในการทำงานในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต คือ Internet Protocol (โปรโตคอล IP) เมื่อโปรโตคอลอื่นๆต้องการส่งผ่านข้อมููลข้ามเครือข่ายในอินเตอรืเน็ตนั้น จะต้องอาศัยการผนึกข้อมูล (encapsulation) ไปกับโปโตคอล IP ทีมีกลๆกการระบุเส้นทาง (route service) ผ่าน Gateway หรือRouter เนื่องจากกลไกการระบุเส้นทางจะทำงานทeโปรโตคอล IP เท่านั้น
The HTTP protocol
HTTP มาจากคำว่า Hypertext Transfer Protocol ซึ่งเป็น protocol ที่ใช้ในการส่งเดต้าต่าง ๆ ในโลกของ World Wide Web
Uniform resource locators (URLs)
คือ ตัวระบุแหล่งทรัพยากรสากล (URI) ประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้สำหรับระบุแหล่งที่อยู่ของทรัพยากรที่ต้องการ และมีกลไกบางอย่างสำหรับดึงข้อมูลทรัพยากรนั้นมา ในการใช้เอกสารทางเทคนิคและอภิปรายทั่วไปมักจะใช้ยูอาร์แอลอาจหมายถึง ที่อยู่บนเว็บ หรือที่อยู่อินเตอร์เน็ตก็ได้ ซึ่งปกติแล้วเรามักพิมพ์ยูอาร์แอลในแถบที่อยู่ของเว็บเบราว์เซอร์เพื่อเรียกข้อมูลจากเว็บไซต์
Domain names
คือ ชื่อเว็บไซต์ (www.yourdomain.com) ที่สามารถเป็นเจ้าของ ซึ่งจะต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น เพื่อการเรียกหาเว็บไซต์ที่ต้องการ เมื่อผู้ใช้กรอกชื่อลงไปในช่อง Adddress ของ Internet Explorer ก็จะส่งชื่อไปร้องถามจากเครื่องแปลชื่อ โดเมน (Domain Name server) และได้รับกลับมาเป็นไอพีแอดเดรส (Internet Protocol) แล้วส่งคำร้องไปให้กับเครื่องปลายทางตามไอพีแอดเดรส
- ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
- Domain ต้องจดในชื่อของเราเท่านั้น Domain Ownership
- ถ้าเป็น Domain ของบริษัท พยายามจดภายใต้ชื่อบริษัท อย่าจดด้วยชื่อพนักงาน IT
- ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ Domain คือ Owner Detail
- ใช้อีเมล์ที่จะอยู่กับเราตลอดไปในการจดโดเมน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อกับเราเรียกว่า Registrant E-mail
- บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของเราไว้ให้ดี วันหมดอายุ ผู้ติดต่อ และอื่น ๆ







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น